การอนุรักษ์และการฟื้นฟู

แนวทางการอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเล

การเติบโตอย่างรวดเร็วของการพัฒนาบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลของประเทศไทย ส่งผลให้มีกิจกรรมการใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ บริเวณแหล่งหญ้าทะเลเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณค่าทางธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศของแหล่งหญ้าทะเล จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาวิธีการ หรือมาตรการในการใช้ทรัพยากรหญ้าทะเลอย่างเหมาะสมและมีเหตุผลเพียงพอ การอนุรักษ์เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ ต้องเป็นเรื่องของการรู้จักใช้อย่างถูกวิธีการ ไม่เกิดการทำลาย และไม่หวงจนไม่ได้ใช้ประโยชน์ กลไกสำคัญที่จะทำให้การอนุรักษ์ประสบความสำเร็จได้นั้น อยู่ที่ชาวบ้านในท้องถิ่นจะต้องรวมตัวกัน เพื่อช่วยกันดูแลรักษาแนวหญ้าทะเลในเขตของตนไว้ให้ใช้ประโยชน์ตลอดไป แนวทางการดำเนินการต้องสะท้อนให้เห็นถึงการจัดการแหล่งหญ้าทะเลแบบผสมผสาน โดยเน้นการพัฒนาควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ซึ่งประกอบด้วย 4 แผนงาน (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม 2541; สมบัติ 2553) คือ

1. การติดตามและตรวจสอบ คือการติดตามตรวจสอบสถานภาพและปัญหาของแหล่งหญ้าทะเล ทั้งนี้ การติดตามตรวจสอบดังกล่าวจะต้องดำเนินไปอย่างเป็นระบบ เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลทรัพยากรแหล่งหญ้าทะเล เกี่ยวกับที่ตั้ง และความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งหญ้าทะเลทั่วประเทศ ตลอดจนวิเคราะห์ประเด็นปัญหาความเสื่อมโทรมว่ามีสาเหตุจากธรรมชาติหรือจากกิจกรรมของมนุษย์ ข้อมูลดังกล่าวสามารถใช้เพื่อรองรับการกำหนดแนวทางการจัดการและฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลที่เหมาะสมกับสถานการณ์โดยร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในชุมชนและกับนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการประกาศพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ความสำคัญด้านระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งอันควรค่าแก่การอนุรักษ์ตามมาตรา 20 และพื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งที่อาจถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายอย่างเข้าขั้นวิกฤติร้ายแรงตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. ๒๕๕๘ รวมถึงกำหนดระเบียบ กฎเกณฑ์สำหรับการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมตามกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

2. เผยแพร่ข่าวสารความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหญ้าทะเลสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกระดับ เพื่อสร้างจิตสำนึกและความตระหนักเกี่ยวกับลักษณะ ถิ่นอาศัย ประโยชน์ และปัจจัยที่มีผลกระทบทั้งในทางบวก และทางลบของหญ้าทะเล เพื่อหยุด/ลดสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมต่อสภาพแวดล้อมของคุณน้ำและดิน ซึ่งมีผลถึงหญ้าทะเล เช่น น้ำเสียทำให้หญ้าทะเลเสื่อมโทรมเพียงชั่วคราวจากการที่สาหร่ายเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วแย่งอาหารและบดบังการสังเคราะห์แสง ส่วนการเกิดตะกอนทับถมจากการขุดลอกท้องทะเล การเปิดหน้าดินตามไหล่เขา สามารถทำให้แหล่งหญ้าทะเลเสื่อมโทรมอย่างถาวรได้ เพราะดินตะกอนจะเปลี่ยนสภาพพื้นทะเลเป็นทรายหรือโคลนมากเกินไป ไม่เหมาะต่อการเจริญของหญ้าทะเลที่เคยมีอยู่เดิม ตลอดจนแนวทางป้องกันการเสื่อมโทรมและการอนุรักษ์หญ้าทะเล โดยจัดทำสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายเช่น ชาวประมง หรือผู้เข้าไปใช้ประโยชน์ รวมถึงเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่นให้ทราบถึงความสำคัญและประโยชน์ของแหล่งหญ้าทะเล เพื่อให้เกิดจิตสำนึกและตระหนัก รัก และหวงแหน ในที่สุดก้าวเข้ามามีบทบาท หรือมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรแหล่งหญ้าทะเลของตนเอง

3. การบำบัดและฟื้นฟู มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูสภาพเสื่อมโทรมของแหล่งหญ้าทะเลให้กลับคืนมาใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากการเสื่อมโทรมของแหล่งหญ้าทะเลนั้นมีปัจจัยหลายประการ จึงเน้นการจัดการกับปัจจัยต่างๆ เหล่านั้น ได้แก่

– การกำหนดเขตการใช้ประโยชน์แหล่งหญ้าทะเล เพื่อการดำเนินการกิจกรรมโครงการของผู้เกี่ยวข้องทุกองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชนให้เป็นรูปธรรมในการจัดการและอนุรักษ์หญ้าทะเลของประเทศไทย

– การควบคุมการระบายน้ำเสีย จากกิจกรรมขนาดใหญ่ ได้แก่โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม ให้มีการบำบัดน้ำเสียให้ได้ตามมาตรฐานฐานน้ำทิ้งจากอาหาร และมาตรฐานน้ำทิ้งอุตสาหกรรม ก่อนที่จะระบายลงสู่แหล่งน้ำ

– สนับการลงทุนก่อสร้างระบบรวบรวม และบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชนหนาแน่น และบริเวณใกล้เคียง

– การควบคุมผู้ประกอบการให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้นตามรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และ รายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) จากการพัฒนาชายฝั่งและในทะเลรูปแบบต่างๆ บริเวณแหล่งหญ้าทะเล

– กำหนดขอบเขตแนวหญ้าทะเลด้านนอกชายฝั่งทะเลภายใต้ความร่วมมือของกลุ่มอนุรักษ์ทางทะเลและชายฝั่งของชุมชน โดยการวางทุ่นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล ง่ายต่อการเฝ้าระวังการใช้ประโยชน์ที่ไม่ถูกวิธีในบริเวณแหล่งหญ้าทะเล เช่น อวนลากและอวนรุนเข้ามาทำประมงในแหล่งหญ้าทะเล ทั้งนี้แหล่งหญ้าทะเลสามารถฟื้นตัวตามธรรมชาติกลับมีสภาพสมบูรณ์ ภายใน 3 เดือน หากไม่มีปัจจัยเรื่องของตะกอนทับถมและน้ำเสีย มารบกวนสภาพแวดล้อม

– เคร่งครัด และกวดขันผู้ฝ่าฝืนกฎระเบียบ หรือข้อบังคับ การห้ามใช้เครื่องมือประมงที่ไม่เหมาะสม หรือบางประเภทบริเวณชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะเครื่องมือประมงที่ทำให้แหล่งหญ้าทะเลเสื่อมโทรมเช่น อวนลาก อวนรุน อวนทับตลิ่งขนาดใหญ่

– สนับสนุนองค์ความรู้ การจัดหาพันธุ์และวิธีการปลูกหญ้าทะเลทดแทนในแหล่งหญ้าทะเลที่เสื่อมโทรมขึ้นในบริเวณที่สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย แก่องค์กร และประชาชนในท้องถิ่น

4. การศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติ มีเป้าหมายเพื่อนำผลของการศึกษาวิจัยมาประกอบการพิจารณาสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับชีววิทยาทางหญ้าทะเลบางชนิด ซึ่งสามารถยึดเกาะดินตะกอนได้ดี ซึ่งช่วยลดการพังทะเลชายฝั่งได้ การศึกษาครอบคลุมลักษณะการแพร่พันธุ์โดยออกต้นใหม่จากเหง้า วิธีการแตกกอ และทิศทางการเกิดต้นใหม่จากเหง้า อัตราการเจริญเติบโต เป็นต้น และการศึกษาวิธีการเพาะเมล็ดและปลูกหญ้าทะเล และวิธีการปลูกไปยังพื้นที่อื่นที่แหล่งหญ้าทะเลเสื่อมโทรม หรือ พื้นที่ที่ยังไม่มีหญ้าทะเลขึ้นอยู่ภายใต้โครงการลักษณะทางชีววิทยาของหญ้าทะเล และโครงการศึกษาวิจัยการใช้ประโยชน์การเพาะและขยายพันธุ์หญ้าทะเล

การย้ายปลูกหญ้าทะเล

แนวทางการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลที่เสื่อมโทรม

1. การป้องกันและลดผลกระทบต่อพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล
เมื่อพิจารณาสถานภาพปัจจุบันของแหล่งหญ้าทะเล สภาพปัญหา และลักษณะการใช้ประโยชน์ พบว่าแหล่งหญ้าทะเลบางแห่ง แม้ไม่อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเสื่อมโทรมในอนาคตด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น ปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนา การทำประมงผิดวิธีและผิดประเภท การทิ้งสมอเรือ หรือการขุดลอกร่องน้ำ พื้นที่แหล่งหญ้าทะเลดังกล่าว มีทั้งที่อยู่ในเขตอิทธิพลของกิจกรรมภายในแหล่งชุมชนหนาแน่น ชุมชนเบาบาง แหล่งท่องเที่ยว หรือแหล่งที่มีแนวโน้มจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ต่อไปในอนาคต ซึ่งหากมีการควบคุมปัจจัยดังกล่าวแล้ว หญ้าทะเลจะสามารถฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ และกลับสู่สภาพเดิมได้ โดยการควบคุมจัดการปัจจัยดังกล่าว ควรกำหนดให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการและรับผิดชอบ เนื่องจากเป็นผู้ที่ใกล้ชิดผูกพันกับหญ้าทะเล และเป็นการสอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลกลางสู่ท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเลให้คงอยู่ และสามารถเอื้อประโยชน์อย่างยั่งยืน ตลอดจนการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลเพื่อให้กลับมาเอื้อประโยชน์ได้ดีดังเดิมนั้น สิ่งที่สำคัญคือการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนรักและหวงแหนในทรัพยากรแหล่งหญ้าทะเล

2. การบริหารจัดการเชิงพื้นที่
ในปัจจุบันแหล่งหญ้าทะเลที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย แหล่งหญ้าทะเลบางแห่งเริ่มมีแนวโน้มที่จะเสื่อมโทรมลงเนื่องจากการใช้ประโยชน์เป็นไปอย่างขาดความระมัดระวังและไม่เหมาะสม เช่นการทำประมงในแหล่งหญ้าทะเล โดยใช้เครื่องมือประมงที่ไม่ถูกต้อง รวมทั้งมีตะกอนจากการพัฒนาชายฝั่ง และการระบายของเสียจากกิจกรรมต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง แหล่งหญ้าทะเลส่วนใหญ่ยังไม่มีการกำหนดมาตรการจัดการเชิงพื้นที่อย่างใด ยกเว้นแหล่งหญ้าทะเลจังหวัดตรัง ซึ่งจังหวัดได้ดำเนินการอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเลอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 กำหนดห้ามใช้เครื่องมือประมงบางประเภทในเขตแหล่งหญ้าทะเลส่วนใหญ่ของจังหวัดตรัง

นโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2540-2559 ด้านทรัพยากรชายฝั่งทะเล สรุปประเด็นสำคัญของการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลและหญ้าทะเล ให้เป็นการสงวนรักษา และการอนุรักษ์ฟื้นฟู และให้ความสำคัญต่อกิจกรรมประมงพื้นบ้านที่ดำเนินอยู่เดิม กล่าวคือให้กำหนดเขตการใช้ประโยชน์ แบ่งเป็นเขตรักษาพืชพันธุ์ และเขตอนุญาตสำหรับกิจกรรมประมงพื้นบ้าน รวมทั้งยังให้ส่งเสริมการวิจัยเพื่อการอนุรักษ์ ซึ่งการกำหนดเขตการใช้ประโยชน์แหล่งหญ้าทะเล และกิจกรรมที่เหมาะสมที่ให้ หรือห้ามดำเนินการในเขตการใช้ประโยชน์นั้น จะเป็นแนวทางและเกณฑ์เพื่อยึดปฏิบัติในการดูแลและการใช้ประโยชน์แหล่งหญ้าทะเลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และก่อให้เกิดผลกระทบต่อแหล่งหญ้าทะเลในระดับที่ยอมรับได้ ตลอดจนเป็นการประสานการใช้ประโยชน์ และลดปัญหาของแหล่งหญ้าทะเล ทั้งนี้ เขตการใช้ประโยชน์แหล่งหญ้าทะเลแต่ละเขต และเกณฑ์การกำหนด กิจกรรมที่ห้ามดำเนินการหรือต้องควบคุมในเขตการใช้ประโยชน์ ตลอดจนพื้นที่ที่กำหนดขึ้นภายใต้เขตการใช้ประโยชน์นั้น (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม 2541; สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มปป) ควรประกอบด้วย

1. เขตสงวน : ควรเป็นบริเวณแหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่ มีความสมบูรณ์ของหญ้าทะเลสูง มีความเสี่ยงจากผลกระทบของการพัฒนาน้อย มีคุณค่าทางนิเวศ และความหลากหลายของชนิดพันธุ์ และสามารถที่จะรักษาให้คงไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ได้ หากได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ต้องห้ามทำกิจการใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศหรือการวิจัย และเพื่อเป็นแหล่งหาอาหารเลี้ยงตัวอ่อนและแหล่งขยายพันธุ์ของสัตว์ทะเล เพื่อสนับสนุนให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ต่อการประมงชายฝั่งทะเลใกล้เคียงต่อไป

2. เขตอนุรักษ์ : จัดเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ของหญ้าทะเลปานกลาง หรือมีแนวโน้มที่จะเสื่อมโทรมลง แต่สามารถฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิมได้ ให้มีกิจกรรมบางประเภทได้ เช่น เพื่อการท่องเที่ยว เพื่อการศึกษาวิจัย และการประมงพื้นบ้านขนาดเล็กที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศหญ้าทะเล เป็นต้น แต่ต้องมีมาตรการการฟื้นฟูเพื่อให้เป็นแนวป้องกันการกัดเซาะจากคลื่นลมทะเล

3. เขตการใช้งาน : ควรเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ของหญ้าทะเลค่อนข้างต่ำ แต่สามารถให้มีการใช้ประโยชน์ได้ ภายใต้กลไกของกฎหมาย เช่น ให้มีการประมงจับสัตว์น้ำได้ หรืออาจเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ได้ตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตามในบางพื้นที่อาจสามารถทำให้กลับมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งพืชและสัตว์ทะเลขึ้นมาใหม่ และใช้ประโยชน์ได้ต่อไป โดยส่งเสริมให้มีการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลร่วมกับชาวบ้านในท้องถิ่น

ทั้งนี้ แนวทางการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ได้กำหนดไว้ในมาตรา 20 ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ที่มีลักษณะสำคัญด้านระบบนิเวศทางทะเล เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ทะเลที่สำคัญ รวมถึงบริเวณที่ควรรักษาไว้ให้เป็นธรรมชาติ และมาตรา 22 พื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งที่อาจถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายอย่างเข้าขั้นวิกฤติร้ายแรง หรือเป็นกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสงวน คุ้มครอง หรืออนุรักษ์ไว้เพื่อประโยชน์ หรือสร้างความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง ให้รัฐมนตรีเสนอต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้าเพื่อขออนุมัติใช้มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงกำหนดระเบียบ กฎเกณฑ์สำหรับการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมตามกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนตามมาตรา 23 เพื่อควบคุมและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น โดยพื้นที่ดังกล่าวต้องอยู่นอกเขตพื้นที่อนุรักษ์ 6 ประเภท ได้แก่ เขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เขตป่าสงวนแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ เขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่รักษาพืชพันธุ์ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง และเขตพื้นที่คุ้มครองอย่างอื่นเพื่อสงวนและรักษาสภาพธรรมชาติตามที่มีกฎหมายกำหนด และพื้นที่เป้าหมายต้องได้รับการตรวจสอบจากศูนย์สารสนเทศ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ต้องมีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุนถึงความอุดมสมบูรณ์ความสำคัญของแหล่งหญ้าทะเลบริเวณดังกล่าว เพื่อใช้ในการพิจารณาการแบ่งเขตพื้นที่และจัดระเบียบ โดยจะต้องมีการจัดแบ่งการใช้ประโยชน์ภายใต้การกำหนดเขตอนุรักษ์และออกกฎเกณฑ์สำหรับการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมตามขบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

3. การฟื้นฟูโดยย้ายปลูกหญ้าทะเล
ปัจจุบันแหล่งหญ้าทะเลในประเทศไทยยังคงมีความอุดมสมบูรณ์เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วหญ้าทะเลสามารถฟื้นตัวได้เองเมื่อถูกรบกวน เว้นแต่กรณีที่ผลกระทบนั้นทำให้ตะกอนดินพื้นท้องทะเลเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อหญ้าทะเล จนไม่สามารถฟื้นคืนได้หรือฟื้นตัวได้ยาก โดยการใช้แนวทางการบริหารจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เป็นแนวทางที่เหมาะสมเพื่อลดภัยคุกคามที่มีผลทำให้หญ้าทะเลเสื่อมโทรมลง ทำให้แหล่งหญ้าทะเลทั่วทั้งพื้นที่สามารถฟื้นตัวกลับมีสภาพสมบูรณ์ ส่วนการย้ายปลูกหญ้าทะเลจะสามารถทำได้ในพื้นที่ขนาดเล็กและมีความเหมาะสมเท่านั้น ดังนั้นควรพิจารณาสาเหตุของการเสื่อมโทรมของแหล่งหญ้าทะเลในแต่ละพื้นที่ให้ทราบแน่ชัด แล้วต้องกำหนดแนวทางลดสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมให้ลดลง เช่น ปัจจัยด้านคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะคุณภาพตะกอนดินเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้โอกาสความสำเร็จในการฟื้นฟูหญ้าทะเลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สำหรับพื้นที่ปลูกหญ้าทะเลในธรรมชาติแหล่งใหม่ อาจเกิดความยากลำบากเพราะหญ้าทะเลในธรรมชาติต้องต่อสู้กับปัจจัยภายนอก กระแสน้ำ คลื่นลม ความลึก ความโปร่งแสงของน้ำทะเล อุณหภูมิ ระยะเวลาการสัมผัสแสงแดดของต้นหญ้าทะเล อย่างไรก็ตาม หญ้าทะเลมีความสามารถปรับตัวเติบโตได้ดีในพื้นที่ใหม่ที่มีการผันแปรไม่มากนักของปัจจัยสิ่งแวดล้อม พื้นที่ดังกล่าวโดยเฉพาะบ่อพักน้ำบริเวณนากุ้ง ตามชายฝั่งทะเล หากสามารถควบคุมและปรับคุณภาพตะกอนดิน คุณภาพน้ำ ความลึก แสงสว่าง การไหลเวียนของน้ำทะเลเข้าออกภายในบ่อพักน้ำนากุ้งได้อย่างเหมาะสม และไม่มีปัจจัยเรื่องคลื่นลมอีกด้วย

                การเพาะหญ้าคาทะเล : เมล็ดหญ้าคาทะเล และการเพาะหญ้าทะเลในบ่อทดลอง 

ข้อมูล : สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน
วันที่ : 11 เมษายน 2560

Error. Page cannot be displayed. Please contact your service provider for more details. (2)