ความหลากหลายในป่าชายเลน

พืชในป่าชายเลน

ป่าชายเลนเป็นสังคมพืชที่ขึ้นอยู่บริเวณริมชายฝั่งทะเลที่มีกระแสน้ำขึ้นลงอยู่เสมอและน้ำ มีความเค็มสูง และในบางพื้นที่ยังมีลมพัดแรงและแสงแดดจัด พันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ในป่าประเภทนี้ จึงเป็นไม้ที่เจริญเติบโตภายใต้สภาวะแวดล้อมที่แตกต่างไปจากสังคมพืชชนิดอื่น ดังนั้น พันธุ์พืชในป่าชายเลนจำเป็นต้องมีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงลักษณะบางประการของระบบราก ลำต้น ใบ ดอก และผล ทั้งลักษณะภายในและภายนอกให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ การปรับตัวที่เห็นได้ชัดในสังคมพืชบริเวณป่าชายเลน คือ การมีรากค้ำจุน เนื่องจากดินป่าชายเลนเป็นดินเลนอ่อน และรากหายใจเนื่องจากใต้ผิวดินลงไปมีอากาศไม่เพียงพอใบของไม้ป่าชาย เลนมีลักษณะพิเศษคือมีต่อมขับเกลือ ใบอวบน้ำ แผ่นใบเป็นมัน และมีปากใบ ที่ผิวใบด้านล่างมี ผลงอกขณะที่ยังอยู่บนต้น ซึ่งผลเหล่านี้หลังจากที่หลุดจากต้นแม่ลงมาสู่พื้นดินแล้วจะทำให้ สามารถเจริญเติบโตทางความสูงได้อย่างรวดเร็ว พันธุ์ไม้ป่าชายเลนในประเทศไทยมีหลายชนิด มีความหลากหลายและมีชนิดของพันธุ์ไม้ที่แตกต่างกันไป สำนักอนุรักษ์ป่าชายเลนได้ศึกษาและจำแนกชนิดพันธุ์ไม้ป่าชายเลนในประเทศไทย ทั้งสิ้น 81 ชนิด  ชนิดพันธุ์ไม้ป่าชายเลนในประเทศไทย

สัตว์ในป่าชายเลน

สัตว์ในป่าชายเลน สัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนนอกจาก สัตว์น้ำ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา และสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น นก สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน และแมลงแล้ว ในป่าชายเลนยังพบตัวแทนของสัตว์เกือบทุกตระกูล ตั้งแต่สัตว์ที่มีขนาดเล็ก เช่น โปรโตซัว หนอนตัวกลม หนอนตัวแบน และพวกไส้เดือนทะเลสัตว์พวกนี้จะมีหลายชนิด และดำรงชีวิตหลายแบบ กล่าวคือ บางชนิดสามารถเคลื่อนที่ได้และจับสัตว์อื่นเป็นอาหาร บางชนิดสามารถฝังตัวอยู่กับที่และกรองอาหารจากน้ำและบางชนิดก็ฝังตัวอยู่กับที่มีหนวดหรือระยางค์ออกกวาดอินทรีย์สารเป็นอาหาร สัตว์ในป่าชายเลนที่สำคัญได้แก่

1. ปลาที่พบในป่าชายเลน ปลาชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนมีหลายชนิดปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและพบมาก ได้แก่ ปลานวลจันทร์ทะเล และปลากะพงขาว ชนิดและความชุกชุมปลาจะแตกต่างตามฤดูกาลวางไข่ และกระแสน้ำและระดับความเข้มข้นของน้ำทะเล อุณหภูมิชนิดและจำนวนของสัตว์กินปลา ปลาในป่าชายเลนสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ใหญ่ๆ คือ ปลาที่อาศัยอยู่เป็นประจำ ปลาที่อาศัยอยู่ชั่วคราวปลาที่มากับกระแสน้ำ และปลาที่พบในบางฤดูกาล 

2. กุ้งที่พบในป่าชายเลน กุ้งในป่าชายเลนหรือกุ้งที่อาศัยอยู่ในน้ำกร่อยมี 15 ชนิด กุ้งที่สำคัญและมีค่าทางเศรษฐกิจสูง คือ กุ้งกุลาดำ และกุ้งแชบ๊วย นอกจากนี้ยังมีกุ้งบางชนิดที่ว่ายน้ำจากบริเวณน้ำจืดไปวางไข่บริเวณน้ำกร่อยอีก และที่สำคัญ ได้แก่ กุ้งก้ามกราม และกุ้งน้ำจืด เป็นต้น 

3. หอยที่พบในป่าชายเลน พวกหอยที่สำคัญ ได้แก่ หอยสองฝา เช่น หอยนางรม หอยแครง และ    หอยจอบ ซึ่งอาจจะฝั่งตัวในดินหรือเกาะตามต้นราก กิ่งและใบของไม้ป่าชายเลน นอกจากนี้ยังมีหอยเจาะซึ่งพบมากตามซากต้นไม้ที่หักพังด้วยหอบฝาเดียว ได้แก่ หอยขี้นก 

4. ปูที่พบบริเวณป่าชายเลน ปูที่พบในป่าชายเลนมีอยู่ประมาณ 30 ชนิด ที่รู้จักกันดี คือ ปูแสม และปูก้ามดาบ ซึ่งปูทั้ง 2 ชนิด นี้มีสีสันต่างๆ สวยงามสำหรับปูที่นิยมรับประทาน เป็นอาหารและมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ คือ ปูทะเล 

5. นกที่พบบริเวณป่าชายเลน มีทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ โดยนกประจำถิ่นอาศัยกินและสร้างรังในป่าชายเลน เช่น นกยางเปีย นกกาน้ำเล็ก เหยี่ยวแดง และนกอพยพที่ใช้เส้นทางบินเดิมประจำทุกปี คือ กลุ่มนกชายเลนและนกทะเล ที่อพยพมาตามไหล่ทวีปมักพักนอนและหาอาหาร เพื่อสะสมพลังงานในป่าชายเลน เนื่องจากมีความเหมาะสมทั้งเรื่องอาหารที่มีสัตว์น้ำมากมาย ที่หลบภัยเช่น ลมฝน สัตว์ผู้ล่า นกในกลุ่มนี้ เช่น นกขนาดใหญ่     นกชายเลนปากช้อน นกนางนวลธรรมดา 

6. สัตว์ชนิดอื่นที่พบในป่าชายเลน ในบริเวณป่าชายเลน นากจากสัตว์น้ำชนิดต่างๆ แล้วยังพบสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ค้างคาว ลิงลม ลิงแสม หนูบ้าน นาก เสือปลา แมวป่า หมูป่า และเก้ง สัตว์เหล่านี้จะเข้ามาในบริเวณป่าชายเลนเป็นบางเวลาเพื่อหาอาหาร นากจากนี้ยังมีนกหลายชนิด งูชนิดต่างๆ ตะกวด เต่า และจระเข้


ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่พบป่าชายเลนในประเทศไทย 

ราที่พบในป่าชายเลน (Mangrove fungi)                  

นักวิทยาศาสตร์คาดว่ารามีวิวัฒนาการมาจากสาหร่ายที่สังเคราะห์แสงได้ โดยราแต่ละกลุ่มจะวิวัฒนาการมาจากสาหร่ายที่แตกต่างกัน ราที่ปัจจุบันพบบนบกจัดว่ามีวิวัฒนาการสูงกว่าราชั้นต่ำที่อยู่ในน้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปราบางกลุ่มก็ค่อยๆ ปรับตัวและวิวัฒนาการลงสู่ทะเลอีก กลายเป็นราน้ำเค็มและราที่ทนเค็ม ราที่พบในป่าชายเลน เรียกว่า Manglicolous fungi นอกจากจะพบว่ามีสภาพเป็นราชั้นสูงที่สามารถสร้างดอกเห็ดได้ทั่วไปในกลุ่ม Basidiomycotina และอีกกว่าร้อยละ 80 อยู่ในรากลุ่ม Ascomycotina ที่เหลือคือราน้ำและราชั้นต่ำอีกมากมาย และรากลุ่มที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศเท่านั้น Deuteromycotina ราที่ทนความเค็มหรือราน้ำเค็ม จึงไม่มีความจำเพาะกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ ในระบบนิเวศป่าชายเลนมักพบราได้ทั่วไปบนวัสดุต่างๆ เช่น ซากกิ่งไม้ ใบไม้ รากไม้ที่ถูกน้ำเค็มท่วมถึง รวมถึงในดินตะกอนและในน้ำกร่อย ราจึงทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลายที่สำคัญในส่วนของทะเลและชายฝั่ง

ราชั้นสูงที่พบในป่าชายเลนทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 200 ชนิด และอีกจำนวนมากกำลังรอการค้นพบ โดยรามักอยู่ในกลุ่มของ Sub-division Basidiomycotina ที่สร้างดอกเห็ดที่พบได้ทั่วไปในป่าชายเลน นอกจากนี้ในน้ำยังมีราน้ำเค็มที่แท้จริง ที่ส่วนใหญ่มีสปอร์รูปร่างแปลกตาสวยงามมีระยางค์หรือเมือกหุ้มรอบตัว เพื่อช่วยในการยึดเกาะกับพื้นผิวของวัสดุธรรมชาติในแหล่งน้ำเค็ม และช่วยให้การแพร่พันธุ์เป็นประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น จึงไม่เป็นการแปลกบางครั้งพบราน้ำเค็มหรือราทนเค็มในน้ำที่ไหลผ่านเข้าออกจากป่าชายเลน หรือพบเจริญอยู่กับต้นไม้ในป่าชายเลน ราบางกลุ่มมีความเฉพาะกับพืชอาศัย เช่น Halocyphina villosa พบได้บ่อยครั้งบนเปลือกต้นแสม แต่แทบจะไม่พบกับต้นถั่วขาวและโกงกางใบเล็ก ส่วน Coronopapilla mangrovei เป็นชนิดที่พบอาศัยอยู่กับต้นตะบูน ราบางชนิดอาจทำให้เกิดความเสียหายโดยเป็นสาเหตุของโรคไส้เน่า ที่เห็นกันทั่วไปคือไม้ตะบูนขาวที่เกิดโพรงในลำต้น มักมีสาเหตุมาจากเห็ดหิ้งชนิด Phellinus spp. ซึ่งแทบจะไม่พบว่าขึ้นเป็นปรสิตกับพันธุ์ไม้ป่าชายเลนชนิดอื่นเลย

อย่างไรก็ตามในประเทศไทย การศึกษาราที่ทนเค็ม ราน้ำเค็ม และราในป่าชายเลนยังมีอยู่น้อยมาก ในภูมิภาคนี้ ประเทศอินเดียมีการศึกษาราในกลุ่มนี้มากที่สุด รวมถึงการศึกษาด้านการมีความสัมพันธ์กับไม้ในป่าชายเลนแบบ symbiosis ด้วย นอกจากนี้ยังมีการศึกษาในฮ่องกง สิงคโปร์และมาเลเซีย จนกระทั่งในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ จึงมีการศึกษาราน้ำเค็มกันมากขึ้น และมีรายงานพบราน้ำเค็มในประเทศไทยกว่า 160 ชนิด โดยมีสายพันธุ์ราน้ำเค็มบริสุทธิ์ที่เก็บรักษาไว้ที่ห้องปฏิบัติการเก็บรักษาสายพันธุ์จุลินทรีย์ (BIOTEC) แล้ว ประมาณ 1,400 สายพันธุ์ ส่วนราทนเค็มและราในป่าชายเลนชนิดอื่นๆ ยังไม่มีรายงานการศึกษามากนัก โดยเฉพาะราในกลุ่มของเห็ดหิ้งที่พบได้ทั่วไปในป่าชายเลน การศึกษาราในป่าชายเลนของประเทศไทยพบเพียงการศึกษาของอนิวรรตและธีรวัฒน์ (2533) ที่ทำการศึกษาราที่พบในส่วนของเนื้อไม้ป่าชายเลนบางชนิด ที่จังหวัดระนอง พบราน้ำเค็มและราทนเค็ม 59 ชนิด ซึ่งอยู่ในกลุ่มของ Sub-division Ascomycotina ถึง 50 ชนิด และให้ข้อสังเกตว่าควรทำการศึกษาให้มีความหลากหลายของสถานที่เก็บตัวอย่างให้มากขึ้น

Error. Page cannot be displayed. Please contact your service provider for more details. (5)