? ภาวะคุกคามต่อพะยูน « ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ภาวะคุกคามต่อพะยูน

สาเหตุการสูญพันธุ์
มนุษย์เรารู้จักล่าพะยูนมานานนับพันปีแล้ว ในสมัยก่อนนอกจากล่าเพื่อเอาเนื้อมาบริโภคแล้ว ยังเชื่อว่าน้ำมันพะยูนสามารถรักษาโรคเรื้อรังได้สารพัด กระดูกพะยูนนำไปใช้ประโยชน์ในโรงงานทำน้ำตาลและทำเครื่องราง หนังซึ่งหนาเหมาะสำหรับทำผ้าเบรครถม้า หรือฟอกทำรองเท้าแตะ เขี้ยวพะยูนเมื่อขัดเงาแล้วนำไปทำด้ามมีด ส่วนอื่นๆ ที่เหลือ เชื่อว่าสามารถทำเป็นยารักษาโรค และเป็นยาโป๊วได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าน้ำตาพะยูนใช้เป็นยาเสน่ห์ได้ ปัจจุบันการล่าพะยูนยังเป็นขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรม และความเชื่อของชนพื้นเมืองในประเทศออสเตรเลียและปาปัวนิวกินี ในประเทศออสเตรเลียรัฐบาลยังอนุญาตให้ชนพื้นเมืองล่าพะยูนได้ปีละประมาณ 200 ตัว สาเหตุที่ทำให้พะยูนใกล้สูญพันธุ์นั้น ประกอบด้วยปัจจัยหลักเพียง 2 อย่าง คือ ปัจจัยทางธรรมชาติและปัจจัยจากมนุษย์ ดังนี้

1.ปัจจัยจากมนุษย์
มนุษย์เราเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ทรัพยากรหลายอย่างหมดไปอย่างน่าเสียดาย สำหรับพะยูน การล่าเพื่อนำเนื้อมาเป็นอาหารหรือเพื่อประกอบพิธีกรรมของชนพื้นเมืองบางกลุ่มแล้ว พะยูนยังติดเครื่องมือประมงโดยบังเอิญ เช่น ติดอวนที่ขึงกั้นฉลามในประเทศออสเตรเลีย ติดอวนลอยประเภทต่างๆ นอกจากนี้มลภาวะที่ลงสู่ทะเลอันสืบเนื่องมาจากการเติบโตของชุมชนชายฝั่งทะเล โรงงานอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ยาฆ่าแมลงและสารเคมีจากเกษตรกรรมแผนใหม่ ได้ส่งผลกระทบและทำลายระบบนิเวศของหญ้าทะเล เมื่อพะยูนได้รับอาหารไม่เพียงพอทั้งในแง่คุณภาพและปริมาณ ย่อมส่งผลให้มีอัตราการสืบพันธุ์ที่ต่ำกว่าปกติหรือเป็นหมัน และลูกที่ได้ไม่แข็งแรง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกพะยูนตายได้ง่าย

ในสมัยก่อนมนุษย์ยังมีไม่มาก และเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ล่าพะยูนเป็นวัสดุอุปกรณ์ง่ายๆ ที่ทำขึ้นเอง ใช้เรือพาย หรือทำห้างในทะเลขึ้นเพื่อดักจับพะยูน การขยายพันธุ์ของพะยูนตามธรรมชาติอาจชดเชยบางส่วนที่ถูกล่าได้ แต่ในยุคปัจจุบันที่เป็นยุคเทคโนโลยี มีการพัฒนาเครื่องมือประมงไปมาก ตลอดจนเครื่องยนต์ติดเรือที่มีความเร็วสูง ทำให้การไล่ล่าพะยูนมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้มีการขยายตัวของชุมชนชายฝั่งทะเลทุกแห่ง มีคนที่อาศัยหากินตามชายฝั่งทะเลเพิ่มมากขึ้นในขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติทุกอย่างเริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชายฝั่งมีมากขึ้นทั้งป่าไม้ชายเลน ปะการัง และพื้นที่หญ้าทะเลซึ่งเป็นแหล่งหากินของพะยูน มีการใช้เครื่องมือประมงหลายชนิดที่เป็นอันตรายกับพะยูน ทั้งที่เป็นชนิดที่ต้องห้ามตามกฎหมายประมงและการทำประมงที่ผิดกฎหมายเช่น การลากอวนในเขตใกล้ชายฝั่ง มีผลให้พะยูนตายเพราะติดเครื่องมือประมงดังกล่าว จำนวนพะยูนจึงลดลงอย่างมาก เช่นในประเทศไทย หรือสูญพันธุ์ไปแล้วในบางประเทศ

         1.1  ธุรกิจการท่องเที่ยว
ภาคการท่องเที่ยงหรือเรือยนต์ขนาดใหญ่ที่ทำการในแหล่งหากินของพะยูนก็มีส่วนในการรบกวน และเป็นอันตรายต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพะยูน เช่น ที่บริเวณหน้าฐานทัพเรือทับละมุ ที่ท่าเรือคุระบุรี ในจังหวัดพังงา เป็นต้น นอกจากนี้เรืออาจชนทำให้พะยูนได้รับบาดเจ็บหรือตายได้ เช่น กรณีพะยูนเพศผู้ ความยาว 2.4 เมตร ถูกเรือชนที่ท่าเรือน้ำลึก จ.ภูเก็ต เมื่อปี 2541 ทำให้กระดูกสันหลังหัก 8 ข้อ และเป็นสาเหตุให้พะยูนตายในที่สุด

พื้นที่ที่น่าเป็นห่วง คือบริเวณเกาะตะลิบง-เกาะมุกด์ ในจังหวัดตรัง ธุรกิจการท่องเที่ยว เรือทัวร์ต่างๆ โรงแรมและรีสอร์ทต่างๆ ทั้งที่อยู่บนฝั่งจากหาดปากเม็งถึงหมู่บ้านเจ้าไหม หรือที่เกาะตะลิบงและเกาะมุกด์ ที่มีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน หรือธุรกิจที่พาคนออกไปดูพะยูน กิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นดูเสมือนว่าจะไม่ได้มีใครมองปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ว่าจะมีผลกระทบกับพะยูนและหญ้าทะเลหรือไม่ โดยเฉพาะบริเวณแหลมจุโหยของเกาะตะลิบงซึ่งเป็นสวรรค์ของพะยูน เวลาน้ำขึ้นเต็มที่พะยูนกว่า 50 ชีวิตมารวมกันหากินที่นี่ ผู้เขียนจะไม่ขอกล่าวถึงผลกระทบอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้น ขอยกเพียงตัวอย่างเดียว คือ ท่านลองนึกดูว่า หากมีเรือท่องเที่ยววิ่งผ่านบริเวณนี้สัก 50-100 ลำต่อวัน พะยูนจะอยู่ได้หรือ ควรมีการวางมาตรการการจัดการทรัพยากรพะยูนและหญ้าทะเลรวมถึงการจัดการกับการท่องเที่ยวพะยูนเชิงนิเวศในบริเวณนี้โดยเร่งด่วน

          1.2 เครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายต่อพะยูน
ในสมัยก่อนมีการล่าพะยูนเป็นอาหาร โดยใช้อวนล้อมพะยูนในขณะที่พะยูนเข้ามากินหญ้าทะเลในที่ตื้น หรือไล่ต้อนพะยูนเข้าสู่ที่ตื้นแล้วทุบหรือแทงจนพะยูนตาย หรือหากติดอวนแล้วยังไม่ตายก็จะผูกหางพะยูนลากไปกับเรือหรือทำให้ส่วนหัวจมอยู่ใต้น้ำ ไม่นานพะยูนก็จะตาย เมื่อกลับเข้าฝั่งเนื้อที่ได้นำมาแจกจ่ายแก่ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือขาย ส่วนอื่นๆ ของพะยูนก็นำไปใช้ตามความเชื่อ

เชื่อว่าไม่มีการล่าพะยูนในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปีแล้วหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 ในปัจจุบันการได้พะยูนมักเกิดจากการติดเครื่องมือประมงโดยบังเอิญ หรือการทำประมงในเขตหวงห้าม เช่นในฝั่งอ่าวไทยที่เคยมีพะยูนอยู่มาก แต่พะยูนจำนวนหนึ่งก็หมดไปกับเครื่องมืออวนลากที่เข้าไปลากในเขตใกล้ฝั่งซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพะยูน กล่าวโดยทั่วไปเครื่องมือประมงที่พะยูนมาติดและตายมากที่สุด ได้แก่ อวนลอยหรืออวนติดตาชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอวนปลาสีเสียด อวนลอยปลากะพง อวนสามชั้น อวนจมปู อวนปลากระเบน รองลงไปคือโป๊ะ
นอกจากนี้การทำประมงอวนรุนซึ่งมุ่งเน้นเฉพาะกุ้งเศรษฐกิจเป็นหลัก ส่วนลูกสัตว์น้ำอื่นๆ ก็ขายเป็นปลาเป็ดไป อวนรุนทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์น้ำวัยอ่อนพวกกุ้งหอยปูปลา ทำให้ลูกกุ้งหอยปูปลาต้องตายไปก่อนที่จะโตได้ขนาด และยังเป็นการทำลายแหล่งอาหารของพะยูน ลดพื้นที่การหากินของพะยูนอีกด้วย หากไม่มีหญ้าทะเลพะยูนก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน ธุรกิจอวนรุนก็เป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก การจะหยุดยั้งอวนรุนได้ต้องขึ้นกับความสมัครใจเลิกของผู้ประกอบการเอง และการร่วมมือร่วมใจกันเฝ้าระวังพื้นที่หน้าบ้านจากอวนรุน ชุมชนต้องมีความเข้มแข็ง จึงจะเอาชนะอวนรุนได้ พื้นที่ที่ประสบความสำเร็จในการจัดการกับปัญหาเรืออวนรุนคือจังหวัดตรัง เช่น ที่บ้านแหลมขาม อ.สิเกา บ้านเจ้าไหม-เกาะลิบง-เกาะมุกด์ อ.กันตัง เป็นต้น

สภาพรอยแผลความบอบช้ำภายนอก
ของพะยูนที่ติดโป๊ะ

ลักษณะที่พะยูนติดอวนลอยตาย โดยถูกเนื้ออวน
หรือเชือกอวนพันธนาการและจมน้ำตายในที่สุด

dugong-Threats02 dugong-Threats01

การที่พะยูนติดเครื่องมือพะยูนแล้วจมน้ำตาย (drowningคือการจมน้ำตาย) แต่ในความเป็นจริงแล้ว พะยูนส่วนใหญ่ที่ตายเกิดจากการหยุดหายใจเมื่อเกิดภาวะตกใจหรือเครียดอย่างเฉียบพลัน อาการหยุดหายใจนี้เรียกว่า “Suffocate” ในกรณีนี้หากพะยูนติดเครื่องมือประมงและไม่สามารถขึ้นมาหายใจได้ แผ่นปิดของพะยูนยังคงปิดอยู่ หยุดหายใจและตายในที่สุด ดังนั้นเมื่อชันสูตรซากพะยูนจึงไม่เคยพบเลยว่ามีน้ำอยู่ในปอด และถุงลมภายในปอดยังคงมีอากาศอยู่เต็ม และจากการที่ปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องพะยูนของประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่ราแม้ขณะเคลื่อนย้ายพะยูนโดยไม่ได้ใส่น้ำทะเล พะยูนจะหยุดหายใจและตายจากภาวะที่เรียกว่า Suffocate นี้เช่นกัน

2. ปัจจัยทางธรรมชาติ
นอกจากพะยูนจะเสียชีวิตเองตามธรรมชาติ เจ็บป่วยตายหรือตายตามอายุขัยแล้ว แต่ปัจจัยทางธรรมชาติทางชีววิทยาของพะยูนดูจะเป็นปัจจัยหลัก คือ การที่พะยูนเป็นสัตว์ที่มีวงจรชีวิตยาว มีอายุยืนยาว มีอัตราการสืบพันธุ์ช้าและให้ลูกน้อย ช่วงระยะเวลาก่อนที่จะสามารถสืบพันธุ์ได้นาน พะยูนตัวเมียตั้งท้องเมื่ออายุ 10 ปีขึ้นไป ตัวเมียบางตัวตั้งท้องครั้งแรกเมื่ออายุ 17 ปี มีระยะตั้งท้องนาน 13-14 เดือน ให้ลูกน้อยเพียงครั้งละ 1 ตัว และยังมีช่วงเวลาการเลี้ยงลูกนานเกือบ 2 ปี พะยูนจึงทิ้งช่วงการตั้งท้องครั้งหนึ่งๆ นานราว 3-7 ปี หากพะยูนอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ พะยูนสามารถเพิ่มประชากรได้น้อยเพียง 5% ต่อปีเท่านั้น ในประเทศไทยเพิ่งมีบันทึกแรกที่ลูกพะยูนความยาว 99.83 ซ.ม. ตายเพราะถูกฉลามกัดจนครีบซ้ายขาดหายไปที่บริเวณเกาะตะลิบงจังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2546

ลูกพะยูน ถูกฉลามกัดครีบซ้าย ที่เกาะตะลิบง จ.ตรัง

การปล่อยพะยูนออกจากโป๊ะ
อ่าวมะขามป้อม จ.ระยอง

ชาวประมงปล่อยพะยูนออกจากอวนถ่วงปลากระเบน
เกาะพระทอง จ.พังงา

dugong-Threats03

เปอร์เซนต์จ ำนวนพะยูนที่เสียชีวิตในประเทศไทยด้วยสาเหตุต่างๆ

กราฟแสดงเปอร์เซ็นต์จำนวนพะยูนที่มาเกยตื้นจากทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย และสาเหตุของการเกยตื้น

กราฟแสดงเปอร์เซ็นต์จำนวนพะยูนที่มาเกยตื้นจากฝั่งอันดามัน และสาเหตุของการเกยตื้น

กราฟแสดงเปอร์เซนต์จำนวนพะยูนที่มาเกยตื้นจากฝั่งอ่าวไทย และสาเหตุของการเกยตื้น

Error. Page cannot be displayed. Please contact your service provider for more details. (10)